วัดศรีสันตยาราม ตำบลปากปวน อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย เป็นสถานที่ศูนย์รวมจิตใจ ความเชื่อ ความศรัทธา ของชาวตำบลปากปวน โดยเฉพาะเจดีย์ หลวงปู่เฉย สุทฺโธ เจ้าอาวาสรูปแรกของวัดศรีสันตยาราม ก่อตั้งเมือปี พ.ศ. 2424 มีหลวงปู่เฉย สุทฺโธ เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ต่อมาท่านได้มรณภาพลง ก็ได้มีพระครูถาวรจารุวัตร ได้เป็นเจ้าอาวาส และได้ริเริ่มก่อตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรม ได้เปิดสอนแผนกธรรม บาลี
แหล่งท่องเที่ยวชุมชน สวนรุกขชาติ 100 ปี บ้านปากปวน (2566)
สวนรุกขชาติปากปวน ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 5 (ถนนมะลิวรรณ) ตำบลปากปวน อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ได้จัดตั้งตามนโยบายกรมป่าไม้ในการจัดสร้างสวนรุกขชาติ 100 ปี กรมป่าไม้ อันเป็นกิจกรรมหนึ่งในการจัดงานวันสถาปนากรมป่าไม้ครบรอบ 100 ปี พ.ศ. 2539 ในพื้นที่สวนป่าปากปวน บ้านปากปวน อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ที่ปลูกตั้งแต่ปีพ.ศ.2498 และยังมีพื้นที่ป่าสมบูรณ์ อยู่ใกล้แหล่งชุมชน ทางคมนาคมสะดวก ต่อมาได้ย้ายมาสังกัดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช และเปลียนชื่อเป็น สวนรุกขชาติปากปวน
ศูนย์เรียนรู้ โคกหนองนาโมเดล ตำบลปากปวน (2566)
นายเตียม ดวงจำปา อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ 4 บ้านวังเดื่อ ตำบลปากปวน อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ได้ ดำเนินงานภายใต้โครงการการพัฒนาพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” กิจกรรมพัฒนาพื้นที่ครัวเรือนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต (HLM) ระดับครัวเรือน งบประมาณ 104,000 บาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมแต่ละครัวเรือนให้ได้รับการพัฒนาอย่างบูรณาการตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชา โดยได้ใช้พื้นที่แปลนนา ในการดำเนินการจัดทำโคกหนองนา โมเดล
กลุ่มวิชาชีพการสานเส้นพลาสติก ของกลุ่มแม่บ้าน บ้านปากปวน (2566)
สมัยก่อนกลุ่มผู้สูงอายุ ได้ทำการจักสานของใช้ในการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิต โดยนำวัสดุจากวัสดุธรรมชาติมาใช้ในการจักสาน เช่น ไม้ไผ่ หญ้าแฝก กก ผือ และอีกหลายๆ อย่าง จนก่อให้เกิดงานอาชีพสืบต่อกันมาเป็นภูมิปัญญาสู่ลูกหลานแต่วัสดุอุปกรณ์จากธรรมชาติเหล่านั้นไม่คงทนเท่าที่ควร
ปัจจุบันความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ทำให้มีการดัดแปลงจากอุปกรณ์เหล่านี้ไปเป็นเส้นพลาสติกแทน โดยได้นำเอาเส้นพลาสติกที่มีลักษณะคล้ายตอกแต่มีสีสันลวดลายที่สวยงามและคงทนมาทำการสาน สภาพปัจจุบันเด็กและเยาวชนถูกสภาพสังคมแห่งการบริโภคนิยมเป็นผู้บริโภคมากกว่าเป็นผู้ผลิต
แหล่งท่องเที่ยว(ชุมชน) ภูช่องคับ (2566)
ประวัติความเป็นมาภูช่องคับ ภูช่องคับห่างจากทางหลวงแผ่นดิน สายเลย - ขอนแก่น ประมาณ 7 กิโลเมตร และห่างจากตัวอำเภอวังสะพุง ประมาณ 14 กิโลเมตร สาเหตุที่มีชื่อเรียกภูช่องคับ ก็เพราะว่าเป็นเส้นทางเล็กๆ และคับแคบมาก แต่ก่อนชาวบ้านใช้เป็นเส้นทางไปทำไร่ ทำนา และไปขุดเอาดินส้มที่ภูช่องคับ มาไว้กินกัน ดินส้มมีรสชาติหอมอร่อย ชาวบ้านที่ใช้เส้นทางผ่านภูช่องคับ จะต้องตะแครงตัวเข้าไปถึงจะไปได้ แต่ก่อนชาวบ้านจะไปอำเภอจะใช้เส้นทางภูผาฆ้อง
เกษตรกรต้นแบบอำเภอวังสะพุง (2566)
นายปรีชา การมงคล อยู่บ้านเลขที่ 91 หมู่17 บ้านเมตตา ตำบลผาน้อย อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย อายุ 39 ปี ประกอบอาชีพด้านการเกษตรมาแล้ว 6 ปี เดิมทีเป็นพนักงานโรงงานอุตสาหกรรม อยู่ 7 ปี ในปี 2552 ได้แต่งงานกับ นางสาวผ่องศรี คำเบาะ และมีบุตรร่วมกัน 2 คน จึงได้ลาออก และกลับมาอยู่ที่บ้านกับครอบครัว และได้ทำอาชีพขายสลากกินแบ่งรัฐบาล 6 ปี และรัฐบาลได้เริ่มจัดสรรโควตาให้ผู้ค้ารายย่อย จึงร่วมกับประชาชนในพื้นที่จำนวน 2,050 คน ยื่นเรื่องสมัครรับโควตากับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้มาขาย 4 เดือน จึงถูกเรียกคืน ทำให้มองเห็นว่าเป็นอาชีพที่ไม่แน่นอน จึงทำให้หันมาทำการเกษตรแบบเต็มตัว
วัดป่าผาเจริญ (2566)
อัตโนประวัติ ที่บันทึกไว้ในหนังสือมุทิตานุสรณ์ เมื่อปี 2548 กล่าวโดยย่อว่าเกิดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2476 ที่บ้านน้ำอ้อม ตำบลวังสะพุง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย เดิมนั้นท่านชื่อสมภาร บุญปั้น โยมบิดา-มารดา ชื่อ นายใบและนางทา บุญปั้น ช่วงวัยเยาว์ศึกษาชั้นประถมที่โรงเรียนบ้านเล้า จบชั้น ป.4 ต่อมาครอบครัวได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านเล้า ในปี พ.ศ.2493 ขณะอายุ 17 ปี ได้มีพระธุดงค์รูปหนึ่งเดินทางจาริกบุญผ่านมายังบ้านเล้า คือ หลวงปู่เง้า ถาวโร ซึ่งออกธุดงค์ไปทั่ว ท่านได้มาปักกลดอยู่ที่บ้านเล้า นายใบและนางทาได้ใส่บาตรและเกิดความศรัทธาต่อหลวงปู่เง้า พร้อมกันนี้ได้ให้บุตรชายเป็นผู้อุปัฏฐากติดตามหลวงปู่เง้าจึงติดตาม
การเลี้ยงโคนม (ฟาร์มโคนมสาธิต) (2566)
การเลี้ยงโคนมที่จะขอกล่าวต่อไปนี้เป็นประสบการณ์จริงของเกษตรกรโคนมที่เลี้ยงโคนมเพียง 40 ตัวแต่สามารถสร้างรายได้หลักเป็นกอบเป็นกำคือหลักแสนบาทต่อเดือน ซึ่งเมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วจะเหลือกำไรต่อเดือนราว 60,000-70,000 บาท เลยทีเดียว เกษตรกรท่านนี้เริ่มเลี้ยงโคนมจากการซื้อโคนมเพศผู้เข้ามาเลี้ยงก่อนเพียง 5 ตัวเท่านั้นในเบื้องต้น ซึ่งพันธุ์โคที่ได้นั้นซื้อมาจากสหกรณ์โคนมในจังหวัดเลย หลังจากเลี้ยงจนโตเต็มที่จึงทำการขายออกไป และนำเงินที่ได้นั้นมาซื้อแม่วัวนม 2 ตัวมาเลี้ยงต่อในราคาตัวละ 30,000 บาท และทำการเพาะขยายพันธุ์เรื่อยมา จนปัจจุบันในฟาร์มมีโคนมทั้งหมดราว 100 ตัว






.jpg)
